เวย์โปรตีน


เวย์โปร์ตีน คือ 

คุณเคยได้ยินใหมว่าเวย์โปรตีนทำให้คนตัวใหญ่กล้ามใหญ่วันนี้เรามารู้จักกับเวย์โปรตีนกันเถอะครับ
เวย์โปรตีน คือ โปรตีนสกัดจากหางนมที่เหลือจากกระบวนการผลิตเนยแข็ง โดยสกัด คาร์โบไฮเดตร ไขมัน เกลือแร่ ออก ทำให้ส่วนที่เหลือ คือโปรตีนบริสุทธิ์ ปริมาณโปรตีน ประมาณ 81.2 % จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการทำให้ให้เป็นผง พร้อมชงดื่ม แล้วมันดียังไง เราทุกคนคงรู้กันว่าโปรตีนเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อและแหล่งโปรตีนส่วนใหญ่ก็มาจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่สมมุติว่าวันนี้ผมต้องการโปรตีนประมาณ 20 กรัม ผมต้องทานทานเนื้อไก่ถึงประมาณ 100 กรัม แต่ถ้าเป็น เวย์โปรตีน ไอโซเลท ผมทานแค่ประมาณ 20-30 กรัม ชงใส่ขวดไว้ดื่มทั้งวันสะดวกดีครับ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถควบคุมมื้ออาหารตัวเองได้ตลอดเวลา อย่างมื้อกลางวันที่ทำงานจะห่อไปก็ตื่นสายจะทานร้านอาหารแถวที่ทำงานมันก็เลือกอะไรไม่ค่อยได้มาก พกเวย์โปรตีนไปดื่มสะดวกกว่าเยอะครับทานง่ายดูดซึมง่ายร่างกายคุณได้โปรตีนไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้ออย่างแน่นอน
จากที่ได้พูดถึง เวย์โปรตีนไอโซเลท คนอ่านคงสงสัยว่าไอโซเลทคืออะไร มันคือเวย์โปรตีนประเภทหนึ่ง ซึ่ง เวย์โปรตีน ที่ขายๆกันอยู่ แบ่งออกเป็น 3ชนิด ได้แก่
1.Whey Protein Concentrate คือ เวย์โปรตีน ที่แยกเอาแลกโตส และไขมันออกไป จะมีความเข้มข้นของ เวย์ โปรตีน มากกว่า 30 – 39 % มีลักษณะเป็นผงสีครีมอ่อน มีรสและกลิ่นแบบธรรมชาติในแบบ นมทั่วไป
2.Whey Protein Isolate คือ เวย์โปรตีน ที่แยกเอาแลกโตสและไขมันออกไปมากกว่า เวย์โปรตีน ชนิดแรก จึงทำให้เหลือแต่โปรตีน มากกว่าเวยืโปรตีนชนิดแรก และมีความแข้มข้นได้ถึง 97- 98 % มีลักาณะเป็นผงสีครีมอ่อน มีกลิ่นและรสเป็นธรรมชาติแบบนม แต่ราคาจะแพงกว่า เวย์โปรตีนชนิดแรก
3.Hydrolyzed Whey Protein คือ เวย์โปรตีน 2 ชนิดแรกที่นำไปผ่านกระบวนการเฉพาะ ทำให้โมเลกุลของเวย์โปรตีนที่มีขนาดใหญ่เล็กลง จึงทำให้ร่างกายเรา ดูดซึมได้ง่ายขึ้น ลักษณะของเวย์โปรตีนชนิดนี้จะมีรสขมมาก และราคาจะแพงกว่าเวย์โปรตีน 2 ชนิดแรก

เวย์โปรตีน เป็นโปรตีนที่ละลายในน้ำ ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถย่อยเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย และสามารถทดแทน สารอาหารที่เสียไปหลังการบาดเจ็บ หรือหลังการออกกำลังกาย เวย์โปรตีนจะมีรสชาติค่อนข้างจืด ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เพิ่มลงไปในเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว

เวย์คือ ของเหลวที่ได้มาจากนม หลังจากที่นม เกิดการแข็งตัวแล้ว ถ้าคุณเคยเห็นหรือมีประสบการณ์ในการทำ ซีส คุณจะเห็น เหลวเหลว สีฟ้า เขียวไหล ออกมานั้นก็เวย์โปรตีน เวย์คือโปรตีนคุณภาพสูงที่สามารถหาได้จาก ผลิตภัณท์ดังต่อไปนี้ โปรตีนเช็ค ผลิตภัณท์นม อาหารแปรรูป จริงๆแล้ว เวย์ อาหารเสริม มีอยู่มากมายไม่ว่าจะในรูปแบบของ ไฮไดรสเลท( hydrolysate ) และ ไฮโดรไลซ์ โปรตีน hydrolized protein )

หน้าที่ของเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีน จะมีการบริโภคกันอย่างกว้างขวางในรูปแบบอาหารลดน้ำหนัก และอื่นๆ สำหรับในประเทศไทยแล้ว เวย์โปรตีน ถูกใช้กันอย่างกว้างขวาง สำหรับ รักษาโรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน ไวรัสตับอักเสบบี และโรคมะเร็ง นอกจากนี้แล้วยังมีประโยชน์มากมายในวงการกีฬา

วิทยาศาสตร์กับประโยชน์ ทางสุขภาพของ เวย์

แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์ จะมีการสนับสนุนน้อยมากกับเรื่องที่ว่า เวย์ โปรตีน ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ก็มีการค้นพบสิ่งที่น่าสนใจ บางเรื่องดังต่อไปนี้

ผลการศึกษาพบว่า เวย์โปรตีนมีประโยชน์ต่อหัวใจมากอีกทั้งยังช่วยรักษาระดับความดันเลือด ซี-รีแอคทีฟ โปรตีน (C-reactive protein ) และ แอลดีแอล คอเลสโตรลอน (LDL cholesterol ) จากการศึกษาที่ผ่านมากับ คนไข้ที่มีความดันเลือดสูง 30 คน ในปี 2006 พบว่า หลังจากเวลาผ่านไป อาทิตย์ คนใข้ที่บริโภค เวย์โปรตีน จะมีระดับน้ำตาลและความดันลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในของสาเหตุการเป็นโรคหัวใจ

จากงานการวิจัย พบว่า เวย์โปรตีนอาหารเสริม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น อันที่จริงแล้ว เวย์โปรตีนอาหารเสริม สามารถช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดี

นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูก และช่วยป้องกันให้กระดูกแข็งแรงแยู่เสมอ ป้องกันการเป็นโรคกระดูกพรุน

แล้วเวย์โปรตีนเหมาะกับคุณหรือไม่

จากงานวิจัย ซึ่งในเวลานี้ยังขาดข้อมูลยืนยันที่เพียงพออยู่ ระบุไว้ว่า ไม่แนะนำให้ใช้เวย์โปรตีน ในการรักษาหรือป้องกัน โรคเกี่ยวกับสุขภาพทางร่างกาย รวมไปถึง โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ แต่สามารถบริโภคเวย์โปรตีน เพื่อช่วยบำรุงร่างกาย ก่อนที่จะเริ่มบริโภคเวย์โปรตีน ควรปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้าน โภชนาการอาหารก่อน

ประโยชน์ของเวย์โปรตีน

การเผาผลาญไขมัน หนึ่งในความสำคัญของโปรตีน ที่มีอยู่ จะช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ นี้คือเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้นักกีฬา และ นักเพราะกายเลือกที่จะบริโภค เวย์โปรตีนอาหารเสริม ซึ่งพวกเขาต้องการปริมาณโปรตีนต่อวันมากกว่าคนปกติทั่วไป เวย์โปรตีน จะมีการย่อยสลายได้ง่าย


การเผาผลาญของโปรตีนเป็นกระบวนการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับการเผาผลาญของคาร์โบไฮเดรต ในช่วงที่ร่างกายการเผาผลาญเวย์โปรตีน จะสามารถเผาผลาญปริมาณของแคลอลี่ได้มาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนที่ลดความอยากอาหารลง ด้วยเหตุนี้ นี้เอง ไม่ว่า คุณจะรับประทานอาหารที่น้อยกว่าเดิมแต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณรู้หิว นี้เป็นเหตุผลที่ว่าเวย์โปรตีน ช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เวย์อุดมไปด้วย กรดอะมิโนที่จำเป็นและยังเป็นแหล่ง ห่วงโซของกรดอะมิโนอีกด้วย เวย์ประกอบไปด้วย เลอซีน (Leucine ) ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ แม้ว่า เลอซีน (Leucine ) จะมีอยู่ใน ไข่ขาว โปรตีนถั่วเหลือง และ เคซิอิน แต่ปริมาณของโปรตีนยังน้อยกว่า เวย์ อยู่ดี

สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนัก เวย์โปรตีนจะช่วยในการทดแทน กลูตาไธโอนที่ร่างกายสูญเสียไป

กลูตาไธโอน คือ สารต้านอนุมุลอิสระ ไตรเพปไทด์ (tripeptide ) ซึ่งจะลดลงหลังจากที่ออกกำลังกายหนัก เวย์โปรตีน ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ทดแทน กลูตาไธโอน ที่ร่างกายสูญเสียไปเท่านั้น ยังช่วยให้ระบบทำงานของภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เวย์โปรตีนช่วยในการรักษาแผลให้หายได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เองจึ่งได้ข้อสรุปเพิ่มเติมว่า เวย์โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโตของผิวหนัง

เวย์โปรตีนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อให้แข็งแรง มันเป็นอาหารเสริมชั้นยอดถ้าคุณต้องการ จำกัด กล้ามเนื้อและการสูญเสียกระดูกเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เวย์โปรตีนเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเด็ก อีกด้วย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบข้างเคียงใดๆเลย แม้แต่นักกีฬาและนักเพราะกาย ต่างยืนยังว่า เวย์โปรตีนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขา เนื่องมาจาก เวย์โปรตีน เป็นอาหารเสริมแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับ บุคคลที่ต้องการอาหารเสริมแบบธรรมชาติและ อาหารเสริมสุขภาพในเวลาเดียวกัน


อันตรายจากเวย์โปรตีน

ปริมาณที่แนะนำสำหรับอาหารเสริมเวย์โปรตีนจะต้องไม่บริโภคเกิน 2-3 ช้อนชา ต่อวัน แต่สำหรับนักกีฬา หรือ ผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมแบบพิเศษ และไม่เคยมีผลกระทบเกี่ยวกับบริมาณการบริโภคเวย์โปรตีนมาก่อน คนกลุ่มนี้สามารถบริโภคได้5 – 6 ช้อนชา ต่อวัน แต่ถ้าร่างกายมีปริมาณโปรตีนมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่างๆตามมาเช่น ท้องเสีย ท้องอืด และไตวายได้

เวย์โปรตีน มีประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ ต้องบริโภคให้สมควรกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน มีหลายคนที่รับประทาน อาหารเสริมเวย์โปรตีนทดแทนอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแพ้โปรตีน หรือ แพ้ โปรตีนจากนมนั้นคือ แลคโต๊ส ไม่ควรจะบริโภค เวย์โปรตีนอาหารเสริม

ซึ่งบุคลดังกล่าวข้างต้นร่างกายของพวกเขาจะไม่สามารถย่อยสลายเวย์โปรตีนได้ และถ้าไม่มีการย่อยเวย์โปรตีนเกิดขึ้น อาจส่งผลอันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกายได้เช่น ปวดกระเพาะอาหาร ท้องอืด หรือ แม้แต่ ท้องล่วง และในบางคนอาจทำให้ เกิดการอักเสบหรือเป็นผืนคันได้ และปริมาณโปรตีนที่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อไต ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคเวย์โปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป ปริมาณที่เหมาะสม จะเป็นผลดีต่อร่างกาย ถ้าคุณพึ่งเริ่มต้นบริโภค เวย์โปรตีนอาหารเสริม คุณควรเริ่มจากปริมาณที่น้อยๆก่อนและสังเกตุความเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณ


วิธีที่ถูกต้องของการบริโภคเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีน เป็นอาหารที่ช่วยในการลดน้ำหนักของคุณได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคนรับประทาน มังสวิรัติ จากประโยชน์ที่หลายหลาย ไม่ว่าจะช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ระบบภูมิคุ้มกัน เวย์โปรตีน ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เวย์โปรตีน เป็นทางเลือกที่ดี นั้นก็เป็นเพราะว่า ให้สารอาหารครบถ้วน และก็ไม่เพิ่ม ปริมาณ คลอเรสเตอรอล ไขมัน หรือน้ำตาลแลคโต๊สให้กับร่างกายแต่อย่างได

เวย์โปรตีนอาหารเสริม มีในรูปแบบแป้งหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งมีหลายกลิ่น หลายรสชาติให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งนี้คุณสามารถผสมรวมกับ นม หรือ ผสมกับ มะม่วง ปั่น กล้วยปั่น ก็ได้ หลายคนชอบผสมกับนม เพื่อได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังสามรถผสมลงไปในโยเกิ๊ตได้อีกด้วย

การรับประทานเวย์โปรตีนทำได้ง่ายมาก คุณสามารถรับประทานได้เลย ปริมาณการรับประทานประมาณ ช้อนชา หรือ คุณอาจจะผสมน้ำลงไปก่อนเล็กน้อยก็ได้ หรือคุณสามารถแปรรูปให้น่ารับประทานยิ่งด้วยด้วยการทำเป็นพุดเดิ้ลเค้กก็ได้เวย์โปรตีน สามารถใส่ลงไปใน คุ๊กกี้ เค้ก ซีสเค้ก พาย หรือ ขนมหวานแช่แข็งทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://th.phukethealthshop.com/2011/04/03/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%97/

โปรตีน


โปรตีน (Protein)
โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์ เมื่อรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ร่างกายจะย่อยสลายโปรตีนได้กรดอะมิโนและกรดอะมิโนที่ได้ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
  • สังเคราะห์โปรตีนต่าง ๆ ขึ้นใหม่ตามที่ร่างกายต้องการ เช่น สร้างกล้ามเนื้อ โครงกระดูก
  • สังเคราะห์สารอื่น เช่น เป็นตัวตั้งต้นของการสร้างสารส่งสัญญาณประสาท (Neurotransmitter) สังเคราะห์ฮอร์โมนธัยรอกซิน (Thyroxine) และเอนไซม์ เป็นต้น
  • เป็นสารตั้งต้นหรือตัวกลางในการสังเคราะห์กรดอะมิโนตัวอื่น ๆ
  • ช่วยเพิ่มการสะสมไกลโคเจนและไขมัน
  • สร้างกลูโคสในยามที่ร่างกายขาดแคลน
  • ให้พลังงานแก่ร่างกาย เมื่อร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรทและไขมัน
ในการประเมินคุณภาพโปรตีน ใช้วิธี Protein Digestibility Corrected Amino Acid Score โดยดูจากค่า amino acid score ซึ่งเป็นค่าเปรียบเทียบปริมาณกรดอะมิโนในอาหารกับกรดอะมิโนจากโปรตีนอ้างอิง อัตราส่วนของกรดอะมิโนจำเป็นตัวใดมีค่าน้อยที่สุด ตัวเลขนั้นคือ amino acid scoreของอาหารนั้น และเรียกกรดอะมิโนที่มีค่าน้อยที่สุด ว่า limiting amino acid
แหล่งของโปรตีนในอาหาร
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี
ประโยชน์ของโปรตีนที่มีต่อร่างกาย 
1.สร้างความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้แก่ร่างกาย 
2.ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงาน จากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยโปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่ 
3.สร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน น้ำนม และสารภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย 
4.ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในหลอดเลือด เนื้อเยื่อ และเซลล์ ถ้าร่างกายขาดโปรตีนนานๆ จะทำให้เลือดใสจาง น้ำจากเลือดจะถูดดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวม คนขาดโปรตีนจึงมีอาการบวมตามตัว 
5.ช่วยรักษาความสมดุลของกรดและด่างของร่างกาย


สารสกัดจากเปลือกสน

สารสกัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract)
ในที่นี้หมายถึง เปลือกของต้นสนมาริไทม์ในประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง (Super Antioxidation)
เเละยังเสริมฤทธิ์การทำงานของวิตามิน C เเละวิตามิน E ช่วยป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลา รวมทั้งปัจจัยภายนอกต่างๆ อันเป็น
สาเหตุของความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น หลอดเลือด หัวใจ ดวงตา ผิวหนัง รวมไปถึงระบบประสาท เป็นต้น

สารสกัดที่ได้จากเปลือกสน คือ โปรเเอนโธชัยยานิดีน(Oligomeric Proanthocyanidin Complexes - OPC) หรือพิกโนจีนอล (Pycnogenol) นอกจากสามารถ
สกัดได้จากเปลือกสนเเล้ว ยังสามารถสกัดได้จากเมล็ดองุ่น เมล็ดลำไย เมล็ดทุเรียน เป็นต้น
นอกจากจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดขอด เเละการอุดตันของลิ่มเลือด โดยจะเข้าไปเสริมความเเข็งเเรงของหลอดเลือด ซึ่งทำให้เกิด
ความยืดหยุ่น ไม่เปราะเเละเเตกร้าว นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน อัมพาต ยังช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้มากขึ้น เเถมยัง
ช่วยลดภาวะเเทรกซ้อนจากการติดเชื้อ เเขนขาลีบเเละกล้ามเนื้ออ่อนเเรงอีกด้วย



นอกจากนี้ปัญหาฝ้า เเละผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัยPycnogenol ก็ยังช่วยได้ โดยจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เเละไปยับยั้งการทำงานของเม็ดสีผิวที่ผิด ปรกติ ทำให้ผิวเนียนเรียบเเข็งเเรงเเละยืดหยุ่นได้ดีขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ นอกจากนี้การได้รับPycnogenol เป็นประจำยังส่งผลให้ลดภาวะความสเยงต่อการเป็น มะเร็งที่ผิวหนัง เนื่องจากเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงนั่งเอ
ขอบคุณข้อมูลจาก:http://www.misterbuffet.com/article_pinebarkextract.asp

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น


สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)


สารสกัดจากเมล็ดองุ่น คืออะไร


สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ เนื่องจากนักวิจัยได้พบถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่โดดเด่นเป็นพิเศษของสารนี้ในการกำจัดอนุมูลอิสระที่สูงกว่าวิตามินซี ถึง 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอี 50 เท่าเลยที่เดียว สามารถป้องกันและลดการก่อตัวของอนุมุลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น


องค์ประกอบที่สำคัญของสารสกัดจากเมล็ดองุ่นที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายคือ OPCs หรือ Oilgomeric Proanthocyanidins เมื่อรับประทานเป็นประจำ OPCs จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อกำจัดอนุมูลอิสระในระบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่ออนุมูลอิสระถูกทำลาย กลไกการทำงานของร่างกายจะเป็นปกติขึ้น

 ผลที่ได้คือ ลดการเสื่อมสภาพและช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและอิลาสติน  ทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นแข็งแรงขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ลดลง ลดการผลิตเม็ดสีผิวจึงช่วยให้รอยฝ้าและกระจางลงได้ (เมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่อง) เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นเลือดฝอยป้องกันเส้นเลือดเมื่อมสภาพแตกรั่ว บรรเทาปัญหาเส้นเลือดขอด ช่วยลดอาการภูมิแพ้และหอบหืด ป้องกันการเสื่อมของดวงตา ช่วยให้สายตาปรับสภาพการมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก:http://www.iherb-vitamin.com

L-carnitine


แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??

L-Carnitine แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายต้องสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัว (Lysine และ Methionine), วิตามิน 3 ตัว (Vitamin B6, Vitamin C และNiacin) และเกลือแร่ 1 ตัว (Iron) ดังนั้น หากร่างกายขาดกรดอะมิโน, วิตามิน หรือเกลือแร่ ดังกล่าว แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ร่างกายขาดแอลคาร์นิทีนไปด้วย ซึ่งจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับแอลคาร์นิทีนทดแทนเข้าไป เพราะ แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย


L-Carnitine แอลคานิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงมีฤทธิ์เป็นตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) โดยจะไปลดระดับของโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตราย ที่จะไปอุดตันทางเดินของเลือดในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจ (Cardiac Performance) ได้เป็นอย่างดี และสามารถเพิ่มผลสำเร็จของการแข่งขันกีฬา (Athletic Performance) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


L-Carnitine แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ตามปกติแล้ว สามารถถูกสร้างขึ้นได้เองในร่างกายมนุษย์ โดยสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัวคือ L-Lysine กับ Methionine โดยที่ แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ผู้ป่วยเบาหวาน(Diabetes) และผู้ป่วยโรคตับแข็ง (Cirrhosis) มักขาด ทั้งนี้เนื่องจากการขาด L-Lysine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการสร้าง แอลคาร์นิทีน ดังนั้น ผู้ป่วยดังกล่าวจึงจำเป็นต้องได้รับ แอลคาร์เนทีนเสริม เพราะ แอลคาร์นิทีน เป็น Essential Amino Acid


L-Carnitine แอลคาร์นีทีน ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ในร่างกายให้เป็นพลังงาน จึงเป็นการออกฤทธิ์เหมือนกับตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) ดังนั้น จึงนิยมใช้ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดระดับไขมัน Cholesterol และ Triglyceride
ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://glutacare.com

การล้างมือที่ถูกวืธี

L-arginine

L-Arginine
แอล- อาร์จินีน
  • พบในอาหารพวกข้าวกล้อง, ถั่วลิสง. ข้าวสาลี, ผลองุ่นแห้ง
  • พบได้มากภายในผิวหนังและเนื้อเยื่อภายใต้ผิวหนัง
  • ช่วยกระตุ้นร่างกายสร้างโกทฮอร์โมนเพิ่มขึ้น


แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) คืออะไร?
แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) คือกรดอะมิโน ที่ถือว่าเป็น "โมเลกุลมหัศจรรย์" มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาลเพราะ L-Arginine จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความชรา

โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) คืออะไร?
โกรทฮอร์โมน คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง ร่างกายจะต้องผลิตออกมาใช้เพื่อการเจริญเติบโต เสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายตลอดชีวิต แต่หลังจากอายุ 23 ปี ร่างกายกลับหลั่งโกรทฮอร์โมน ได้น้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเราเริ่ม "แก่ชรา" เชลล์ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่น ผมเริ่มหงอก สมรรถภาพทางเพศเริ่มลดลง ประสิทธิภาพทางร่างกายเริ่มเสื่อมจึงเป็นสาเหตุของโรคเสื่อม เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์

ประโยชน์ของ L-Arginine (แอล-อาร์จินีน)
  เป็นกรดอมิโนที่จำเป็นชนิดหนึ่ง ที่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างมากในสามสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นในเรื่องสุขภาพทางเพศทั้งในชายและหญิง L-Arginine หากมีปริมาณต่ำจะทำให้ประสิทธิภาพทางเพศและความต้องการทางเพศลดลง L-Arginine ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตเข้าสู่ระบบและปรับปรุงความไวต่อความรู้สึกของ เซลล์ ซึ่งนำมาซึ่งความรู้สึกที่ดี นอกจากนั้นยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น Human Growth Hormone (HGH) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า L-Arginine ช่วยเพิ่มโกรทฮอร์โมนได้ถึง 300 %

- กระตุ้นการหลั่ง Human Growth Hormone (HGH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตของร่างกาย(ซึ่งร่างกายก็ จะได้ประโยชน์จากโกรทฮอร์โมนอีกหลายอย่างเช่น ช่วยให้มีพลังงานตลอดวัน ดูหนุ่มดูสาว สดชื่น แข็งแรง)
 
- เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆอีกหลายชนิด
- ลดและควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ
- ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- ช่วยเยียวยา รักษาเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น
- กล้ามเนื้อแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย
- เป็นสารตั้งต้น ในการสร้าง Nitric Oxide ซึ่งจะช่วยเรื่องการไหลเวียนและการสูบฉีดโลหิตของร่างกายโดยการเพิ่มการขยาย ตัวของหลอดเลือด และกล้ามเนื้อจะรับสารอาหารและออกซิเจนได้มากขึ้น
- ช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศที่ดี เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชาย เพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิ ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับคู่รัก







ขอขอบคุณความรู้จาก http://vitaminworld-shop.blogspot.com

วิตามินซี

           วิตามินซี

  สวัสดีครับ  วันนี้ผมจะมาแนะนำวิตามินซีนะครับ ตอนช่วงอากาศหนาวเย็นจะเป็นหวัดวิตามินซีนั้นช่วยเราได้มากมีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายด้วยครับ และนอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวด้วยครับ  ผมคนหนึ่งล่ะครับที่ทานวิตามินซีบ่อยๆครับ ก็สุขภาพดีครับไม่ค่อยเป็นหวัด หลังจากว่ายน้ำเสร็จตอนเย็นก็กินประจำวันละ3 เม็ด เป็นหวัดผมก็กินครั้งละ3 เม็ดผมกินBio c ของUnicity ครับ  และตอนนี้ก็มีวิตามินซีในขวดใส Cvitt ครับ ผมเลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆทานวิตามินซีกันครับ


ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี สามารถเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้
     เราพบว่า วิตามินซี มีคุณสมบัติในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นวิตามินซี ยังช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย หรือฮิสตามีน ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายนี้จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้น เมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ถ้าร่างกายมี วิตามินซี เพียงพอ ก็จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส จากคุณสมบัติการเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ

วิตามินซี ช่วยบำรุงผิวได้
     สำหรับการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีผิวพรรณที่สมบูรณ์ การรับประทานผักสดและผลไม้สด ทำให้ผิวสวย เหงือกและฟันแข็งแรง นั่นเพราะวิตามินซี ในผักและผลไม้ จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารมากก็จะทำงานดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียน รวมทั้งวิตามินซี ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวแน่น และยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร วิตามินซี ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น

คนที่สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนอื่น
     มีการวิจัยพบว่า เด็กที่ผู้ปกครองสูบบุหรี่ จะมีปริมาณวิตามินซี ในร่างกายลดลงครึ่งหนึ่ง ของเด็กที่ผู้ปกครองไม่สูบบุหรี่ ดังนั้นคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคนสูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่เอง ควรรับประทานวิตามินซี เสริม โดยวิตามินซี สามารถช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ของคนที่สูบบุหรี่ที่มีระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี ให้มีสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็ว โดยพบว่า การเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือด จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อรับประทานวิตามินซี ในขนาด 2,000 มิลลิกรัม

รับประทานวิตามินซี ทุกวัน ไม่เป็นต้อกระจก
     มีการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานวิตามินซี มาอย่างน้อย 10 ปี จะมีโอกาสที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77% ซึ่งยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง


ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน
     สำหรับความต้องการที่ควรจะได้รับวิตามินซี ในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย เช่น

ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีความเครียดในร่างกาย ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม



กระเทียมคุณประโยชน์ดีดี


กระเทียม คุณประโยชน์ดีดีที่ท่านควรจะทาน

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ระบุว่า กระเทียม (garlic) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum Linn. แทบทุกครัวเรือนรู้วิธีการเจียวกระเทียมในน้ำมันให้หอมก่อน แล้วจึงใส่เนื้อสัตว์หรือผัก เป็นวิธีดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่างๆ ได้อย่างดี

          ทั้งยังใช้กระเทียมเจียวโรยหน้าอาหารอีกหลายอย่าง หรือใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องแกงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะเป็นตัวช่วยแต่งกลิ่นและรสร่วมกับมะนาวในน้ำพริกกะปิ แม้แต่พริกน้ำปลาหรือน้ำจิ้มรสแซบก็จะลืมกระเทียมไปไม่ได้ นอกจากนี้ใบและหัวกระเทียมสดๆ ยังเป็นผัก รวมถึงกระเทียมดองของอร่อย

          กระเทียมยังเป็นสมุนไพรแก้ไขบรรเทาปัญหาสุขภาพของชาวบ้านมาโดยตลอด หมอพื้นบ้านไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ และกระจายโลหิต กระทั่งเป็นที่สรุปได้ว่า กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่น 2 ประการ คือ ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง และรับประทานแก้โรคความดันโลหิตสูง

          การศึกษาทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาในระยะหลัง พบว่า กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังยังจะต้องมีการศึกษาผลทางคลินิกวิทยาให้ถ่องแท้เสียก่อน

          โดยสรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้

          1. ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศีรษะและผม

          2. ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารก และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ

          3. ลดความดันโลหิตสูง

          4. ลดไขมันและคอเลสเตอรอล

          5. ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว

          6. ลดน้ำตาลในเลือด

          7. ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี โดยมีสารที่สำคัญคือกาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้

          8. ยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม

          9. รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

          10. เป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ

          11. รักษาโรคไอกรน

          12. แก้หืดและโรคหลอดลม

          13. แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย

          14. ควบคุมโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1 ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย

          15. ขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี

          16. แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น

          17. แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย

          18. ต่อต้านเนื้องอก

          19. กำจัดพิษตะกั่ว

          20. บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อสคอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย

          ยังมีผู้พบว่าในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า
เกล็ดความรู้เล็กๆ
หลายคนมักบอกว่ากินกระเทียมแล้ว มีกลิ่นปากผมเลยเอาวิธีดับกลิ่นกระเทียมเล็กน้อยครับ
คือการ ดื่มนมสดครับ เพราะมีไขมันที่ช่วยสลายกลิ่นกระเทียมครับ

ค้นหาอ่านอ่นบทความเกี่ยวกับสุขภาพด้านขวาครับ

มังคุด ราชินีแห่งผลไม้


มังคุด  ราชินีแห่งผลไม้ 


วันนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวเรื่องมังคุดนะครับ ที่เรากินบ่อยๆ ว่ามีประโยชน์อะไรบ้างกันนะครับ
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ 

ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี 

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง 

"มังคุดมีประโยชน์เชิงสุขภาพ สามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลทำให้ลดอาการที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ภูมิตัวเองและการอักเสบ เช่น ตับเสื่อม ไตวาย เบาหวาน ข้อเข่าอักเสบ ความดันโลหิต โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ และความผิดปกติของสมองอันเกิดจากการอักเสบ เป็นต้น" 



นอกจากนี้ มังคุดยังมีสารที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง คือ สาร จีเอ็ม-1 นำมาเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้ 
อย่างไรก็ดี คุณประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของ "มังคุด" เกิดจากเนื้อมังคุดที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึง "น้ำมังคุด" ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุด ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ผลิตน้ำมังคุดมาตรฐานเพื่อให้เป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เป็นยา โดยปัจจุบันจำหน่ายอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 10 ประเทศทั่วโลก 
แม้มังคุดจะมีประโยชน์สารพัด แต่ก็มีโทษ โดยเฉพาะสาร "แทนนิน" ที่อยู่ในเปลือกมังคุด 
ศ.ดร.พิเชษฐ์บอกว่า หากบริโภคสารแทนนินอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดเป็นพิษต่อตับ ไต และถ้าบริโภคในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่การเกิดมะเร็งในร่องแก้ม ในทางเดินอาหารส่วนบน และลดจำนวนของเม็ดเลือดขาวจนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลงกว่าปกติได้ 
"ปัจจุบันมีผู้นำส่วนต่างๆ ของมังคุดไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและการบริโภคที่เหมาะสม ซึ่งจะมีโทษต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ที่ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง" ศ.ดร.พิเชษฐ์กล่าวทิ้งท้าย


สรรพคุณต่างๆ จากมังคุด
  • ผลของการศึกษาฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระโดยวิธี ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ทำการเปรียบเทียบระหว่างน้ำผลไม้อื่นๆและมังคุด พบว่า มังคุดมีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระมากกว่า แครอท ราสเบอรรี่ บลูเบอรรี่ ทับทิม
  • ผลจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารแซนโทน จึงป้องกันการเกิดออกซิเดชันของ LDL ซึ่งเป็นคลอเลสเตอรอลตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอีกทั้งยังลดการทำลายเซลล์ อันเป็นผลจากปฏิกิริยาลูกโซ่ จึงช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการแก่ได้ด้วย
  • มีผลต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่างๆรวมถึงการตายของเซลล์มะเร็งในการศึกษาระดับห้องปฎิบัติการ เช่น เซลล์มะเร็งเต้านม, เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว, เซลล์มะเร็งตับ, กระเพาะอาหาร และเซลล์มะเร็งปอด
  • มีผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด เช่น เชื้อวัณโรค, เชื้อ S. Enteritidis และเชื้อ HIV
  • สามารถยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคภูมิแพ้
  • สามารถยับยั้งการสังเคราะห์สารพลอสตาแกลนดินอีทู ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระบวนการอักเสบต่างๆ เช่น การปวดอักเสบ กล้ามเนื้อและข้อ
  • มีฤทธิ์ในการช่วยขยายตัวของหลอดเลือด ดังนั้นจึงมีประโยชน์ในการลดความดันโลหิต


  • ที่มา:http://www.healthcorners.com